1. หน้าหลัก
  2. TTS
  3. Text to Speech Google Docs: ทุกเรื่องที่ควรรู้
Updated on TTS

Text to Speech Google Docs: ทุกเรื่องที่ควรรู้

Tyler Weitzman

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน

ปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักรณรงค์เรื่องดิสเล็กเซียและการเข้าถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง
ให้ Speechify อ่านให้คุณฟัง

apple logoรางวัล Apple Design Award 2025
ผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน

ความสะดวกในการเข้าถึงและการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ Google Docs ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ร่วมกับ อ่านออกเสียงข้อความ (TTS) ถ้าคุณสงสัยว่าต้องเริ่มยังไง บทความนี้มีคำตอบ เราจะแนะนำคุณใช้งาน text to speech ใน Google Docs แบบทีละขั้นตอน ให้คุณแปลงข้อความเป็นเสียงพูดได้ง่าย ๆ

ภาพรวม Text to Speech

Text to speech (TTS) คือฟีเจอร์ช่วยเข้าถึงข้อมูลสมัยใหม่ แปลงข้อความให้กลายเป็นเสียงพูด เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในการอ่านและคนที่ชอบเรียนรู้ด้วยการฟัง รวมถึงช่วยให้คุณฟังข้อความขณะทำงานหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ไปพร้อมกันได้

ภาพรวม Google Docs

Google Docs คือโปรแกรมประมวลผลเอกสารออนไลน์ของ Google ใช้งานผ่าน Chrome หรือเบราว์เซอร์อื่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของ Google Workspace รองรับการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ คุณสามารถจัดรูปแบบข้อความ เพิ่มลิงก์ ใส่รูป ใช้แม่แบบต่าง ๆ รวมถึงใช้ Voice typing, คอมเมนต์, ติดตามการแก้ไข และแชร์ไฟล์ผ่าน Google Drive ควบคุมการเข้าถึงเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะทั้งบุคคล องค์กรการศึกษา และธุรกิจ

ข้อดีของการใช้ Text to Speech ใน Google Docs

ไม่ว่าคุณจะชอบเรียนรู้ด้วยการฟัง อยากเพิ่มการเข้าถึง หรือแค่ต้องการพักสายตา การใช้ text to speech มีประโยชน์มากมาย ข้อดีของ TTS บน Google Docs มีดังนี้:

  • เข้าถึงได้ง่าย: Google Docs text to speech ช่วยให้ผู้ใช้งานที่มีปัญหา ด้านสายตา หรือด้านการเรียนรู้เข้าถึงเนื้อหาได้ดีขึ้น มีเสียงอ่านออกเสียงให้ฟัง
  • ทำหลายอย่างพร้อมกัน: ฟังเนื้อหาใน Google Docs ขณะทำงานอื่นได้ เหมาะสำหรับคนเวลาน้อย
  • ฝึกภาษา: รองรับหลายภาษา ฟังสำเนียงและเสียงที่ถูกต้อง ช่วยฝึกภาษาได้ดี
  • ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาดีขึ้น: การฟังช่วยให้บางคนจำและเข้าใจข้อมูลได้ดีกว่าการอ่าน TTS จึงช่วยคนกลุ่มนี้ได้มาก
  • ตรวจทานงาน: ฟังเนื้อหาเพื่อหาข้อผิดพลาดหรือคำซ้ำซ้อน ทำให้งานเรียบร้อย อ่านลื่นขึ้น
  • ครอบคลุมผู้ใช้ทุกกลุ่ม: มีตัวเลือกให้ฟัง ทำให้รองรับผู้ใช้ที่อาจไม่ถนัดการอ่าน หรือมีความต้องการที่ต่างกัน
  • ลดความล้าสายตา: สำหรับคนที่ทำงานกับหน้าจอนาน ๆ ฟังแทนการอ่านช่วยพักสายตาได้ดี
  • เพิ่มการมีส่วนร่วม: ใช้หลายประสาทสัมผัสร่วมกัน ช่วยให้เข้าใจและจดจ่อกับเนื้อหาได้มากขึ้น
  • ยืดหยุ่น: ฟังเอกสาร Google Docs ได้ทุกที่ทุกเวลา เช่น ระหว่างเดินทาง
  • ปรับแต่งได้: หลายเครื่องมือ TTS รวมถึง Google Docs สามารถปรับความเร็วและเลือกเสียงได้ตามต้องการ

วิธีเปิดใช้ Text to Speech ใน Google Docs

Google Docs เป็นเครื่องมือสร้างเอกสารที่เน้นการทำงานร่วมกันและใช้งานง่าย และยังทำอะไรได้หลากหลายกว่าการพิมพ์งานทั่ว ๆ ไป

แม้ว่า Google Docs จะไม่มีฟีเจอร์ text to speech ติดมาโดยตรง แต่ผู้ใช้สามารถใช้งาน TTS ได้ 4 วิธี ดังนี้:

  1. Screen reader
  2. Add-ons
  3. Extensions
  4. แอปพลิเคชัน

มาดูทีละวิธีว่าคุณจะใช้ text to speech กับ Google Docs ได้ยังไงจากคู่มือนี้

ตัวเลือก 1: ใช้ screen reader เพื่ออ่านออกเสียง Google Docs

การเริ่มใช้ screen reader กับ Google Docs ขั้นตอนแรกคือต้องเปิดใช้งาน screen reader ตามนี้:

1. เปิดเอกสารที่ต้องการ

2. คลิก “เครื่องมือ” ในแถบเครื่องมือ Google Docs

3. แตะ “การช่วยสำหรับการเข้าถึง” เพื่อดู “การตั้งค่าการช่วยเหลือ”

Tap Accessibility

4. ทำเครื่องหมาย "เปิดใช้การรองรับ screen reader" จากเมนูการช่วยเหลือ

5. กด “ตกลง”

Turn on Screen Reader Support

6. เลือก screen reader ที่ต้องการ ขั้นตอนข้างต้นเป็นแค่การเปิดให้ Google Docs รองรับ screen reader แต่ยังไม่มีเสียงอ่าน ต้องเลือก screen reader ตามระบบ เช่น:

  • ข้ามแพลตฟอร์ม - Speechify
  • Windows – NVDA หรือ JAWS
  • ChromeOS – ChromeVox
  • macOS – VoiceOver

เรามีคู่มือสำหรับแต่ละกรณีด้านล่างนี้

Screen reader ข้ามแพลตฟอร์ม: วิธีใช้ Speechify กับ Google Docs

ถ้าคุณต้องการ screen reader ที่ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ Speechify คือตัวเลือกที่ดี นี่คือวิธีใช้ Speechify:

  1. ไปที่ Speechify.com แล้วเข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียน
  2. มีหลายวิธีนำข้อความใน Google Docs เข้า Speechify:
    • วางข้อความ: คัดลอกและวางจากแหล่งใดก็ได้ เช่น เว็บไซต์ บทความ หรือ Google Docs โดยแตะ “ใหม่,” “เอกสารข้อความ,” แล้ววางลงใน Speechify
    • ลิงก์: วางลิงก์ Google Docs โดยคลิก “ใหม่” แล้วเลือก “ลิงก์เว็บ”
    • อัปโหลด: อัปโหลดเอกสารหรือ PDF ลง Speechify โดยแตะ “ใหม่” แล้วเลือก “เอกสารในเครื่อง”
  3. เลือกเสียงและปรับตั้งค่า: เลือกเสียง ความเร็ว และตั้งค่าอื่น ๆ ตามต้องการ
  4. เริ่มเล่น: เมื่อใส่ข้อความแล้ว กดปุ่มเล่นเพื่อฟัง Speechify อ่านออกเสียง
  5. ควบคุมการเล่น: ระหว่างฟัง คุณสามารถหยุดเล่น ย้อน หรือข้ามได้

Windows: ใช้ NVDA กับ Google Docs

หากคุณใช้ Windows สามารถเลือก NVDA เพื่อฟัง text to speech ได้ เพียงทำตามคู่มือนี้กับ Chrome เวอร์ชันล่าสุด

  1. ไปที่ Google Docs แล้วเปิดไฟล์
  2. กด NVDA + Ctrl + K
  3. ปิดโหมด Speak typed characters และ Speak typed words
  4. เพิ่มเติม: เปลี่ยนคีย์ลัดเปิด NVDA ถ้าไปชนกับ Docs โดยตั้งคีย์เป็น Ctrl + Shift + S ก็ได้

Windows: ใช้ JAWS กับ Google Docs

อีกทางเลือกสำหรับ Microsoft คือ JAWS นี่คือวิธีใช้ JAWS กับ Google Docs

  1. เปิดเอกสาร
  2. กด Ctrl + Alt + Z เพื่อเปิดเสียงอ่าน
  3. ควบคุมการฟังด้วยคำสั่งต่อไปนี้:
    • ไปยังตัวอักษรถัดไป/ก่อนหน้า: ลูกศรขวา/ซ้าย
    • ไปยังคำถัดไป/ก่อนหน้า: Ctrl + ลูกศรขวา/ซ้าย
    • ไปหน้าแรก/สุดท้าย: Home หรือ End
    • ไปบรรทัดถัดไป/ก่อนหน้า: ลูกศรลง/ขึ้น
    • อ่านจากตำแหน่งเคอร์เซอร์จนจบ: Insert + ลูกศรลง
    • อ่านบรรทัดปัจจุบัน: Insert + ลูกศรขึ้น
    • อ่านบรรทัดถัดไป/ก่อนหน้า: Insert + ลูกศรลง/ขึ้น ในโหมด line

ChromeOS: ใช้ ChromeVox กับ Google Docs

ถ้าคุณใช้ ChromeVox บน Chrome OS แค่เปิด Google Docs ก็เริ่มใช้งานได้ทันที

macOS: ใช้ VoiceOver กับ Google Docs

สำหรับ Mac ใช้ VoiceOver เป็น screen reader หลัก

  1. ไปที่ Google Docs แล้วเปิดเอกสาร
  2. ถ้าเปิด “พูดเว็บเพจอัตโนมัติ” ใน VoiceOver จะเริ่มอ่านทันที
  3. ควบคุมการอ่านด้วยคีย์ลัดเหล่านี้:
    • กลับไปโซนแก้ไข: Escape
    • โต้ตอบกับเนื้อหาที่แก้ไขได้: VoiceOver + Shift + ลูกศรลง

ตัวเลือก 2: ใช้ add-on ฟังออกเสียงบน Google Docs

หากไม่ใช้ screen reader สามารถใช้ add-on เสริมคุณสมบัติ text to speech ให้ Google Docs ได้ ตามขั้นตอนนี้

  1. เปิด Google Docs ใน Google Chrome
  2. ไปที่เมนูด้านบนแล้วคลิก “ส่วนขยาย”
  3. เลือก “Add-ons” และ “รับ Add-ons”

4. ค้นหา “Text to speech”

5. ติดตั้ง add-on ที่ต้องการ

6. เมื่อติดตั้งแล้ว ให้เน้นข้อความที่ต้องการฟัง

7. คลิก “Add-ons” อีกครั้งและเลือกตัวเลือก text to speech เช่น “Speak”

8. ข้อความที่เลือกจะถูกอ่านออกเสียงในเสียงที่คุณตั้งไว้

ตัวเลือก 3: ใช้ Chrome extension เพื่อ TTS ใน Google Docs

หากต้องการใช้งานง่ายที่สุดและเสียงสมจริง แนะนำติดตั้ง Speechify Chrome extension ตามขั้นตอนนี้:

  1. เปิดเบราว์เซอร์ Chrome แล้วไปที่ Chrome Web Store
  2. ค้นหา "Speechify"
Search Speechify

3. ติดตั้งและให้สิทธิ์ที่จำเป็น

4. เมื่อติดตั้งแล้ว ให้เปิดเอกสาร Google Docs ของคุณ

5. จะเห็นปุ่มเล่นปรากฏทางซ้ายมือ

6. คลิกปุ่มเล่นเพื่อเริ่มอ่านข้อความออกเสียง

7. ปรับแต่งการเล่นหรือเสียงตามที่ต้องการ

ส่วนขยาย Chrome อื่น ๆ สำหรับ TTS Google Docs

ส่วนขยายอื่น ๆ สำหรับ TTS บน Google Docs เช่น Chrome extensions มีดังนี้:

Read Aloud

Read Aloud คือ extension ที่อ่านข้อความจากหน้าเว็บ รวมถึง Google Docs ด้วย มีไฮไลต์ข้อความที่กำลังอ่าน ปรับเสียงและความเร็วได้ สามารถแปลภาษา และรองรับ AI voice หลากหลาย ทำตามนี้เพื่อใช้งาน

  1. ติดตั้ง “Read Aloud” จาก Chrome Web Store
  2. เปิดเอกสาร Google Docs ของคุณ
  3. คลิกไอคอน "Read Aloud" บนแถบเครื่องมือ Chrome
  4. ปรับตั้งค่าเสียงและความเร็วตามต้องการ
  5. คลิกปุ่มเล่นเพื่อเริ่ม TTS
Select and Speak

Select and Speak คือส่วนขยาย text to speech ที่สามารถอ่านข้อความในเว็บและ Google Docs ปรับเสียง โทน และความเร็วได้ ใช้ดังนี้:

  1. ติดตั้ง “Select and Speak” ใน Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. คลิกที่ไอคอน "Select and Speak" ในแถบเครื่องมือ Chrome
SpeakIt!

SpeakIt! เป็น extension ยอดนิยมสำหรับ text to speech อ่าน Google Docs และเว็บอื่น ๆ มีเสียงให้เลือกมากกว่า 50 ภาษาและปรับความเร็วได้ ทำดังนี้:

  1. ติดตั้ง “SpeakIt!” จาก Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. เน้นข้อความที่ต้องการฟัง
  4. คลิกขวาแล้วเลือก "SpeakIt!"
ReadSpeaker TextAid for Chrome

ReadSpeaker TextAid คือ extension เสริมช่วยอ่านใน Google Docs มีไฮไลต์ และฟีเจอร์ช่วยอ่าน ใช้งานง่าย แค่ตั้งค่านี้:

  1. ติดตั้ง “ReadSpeaker TextAid for Google Docs” จาก Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. ใช้ ReadSpeaker ผ่าน toolbar หรือเมนูเพื่อประสบการณ์การอ่านที่เหมาะกับคุณ
Read&Write for Google Chrome

Read&Write for Google Chrome เป็นเครื่องมือเสริมอ่านเขียนแบบครอบคลุม มี text to speech ให้เสียงสมจริงและเครื่องมือช่วยอื่น ๆ เข้าถึง Read&Write ได้ตามนี้:

  1. ติดตั้ง “Read&Write for Google Chrome” จาก Chrome Web Store
  2. เปิด Google Docs ของคุณ
  3. ใช้เครื่องมือ Read&Write รวมถึง TTS จาก toolbar

ตัวเลือก 4: ใช้แอปบนมือถือเพื่อฟัง Google Docs

ถ้าคุณอยากใช้ Google Docs text to speech บนอุปกรณ์พกพา ให้ใช้แอป Speechify บน iOS หรือ Android ตามขั้นตอนนี้:

  1. ดาวน์โหลดแอป Speechify จาก Play Store หรือ App Store
  2. เข้าสู่ระบบ หรือสมัคร Speechify ด้วย Google Account
  3. แตะ “เพิ่ม” ที่ toolbar ด้านล่าง
  4. เลือก “Google Drive”
  5. ให้สิทธิ์ Speechify เข้าถึง Google Account
  6. เลือก Google Docs ที่ต้องการฟัง
  7. กดปุ่มเล่นและปรับเสียงหรือความเร็วได้
  8. ถ้าไม่ต้องการให้สิทธิ์ หลังขั้นตอน 3 ให้เลือก “วางลิงก์เว็บไซต์” แล้ววางลิงก์เอกสาร

แอปมือถืออื่น ๆ สำหรับ TTS Google Docs

แอปมือถือที่รองรับ Google Docs text to speech ที่น่าสนใจมีดังนี้:

Voice Dream Reader

Voice Dream Reader เป็นแอป iOS ฟีเจอร์ครบ ทำงานร่วมกับ Google Docs ได้ มี TTS เสียงธรรมชาติหลากหลาย ช่วยให้ผู้ใช้ปรับตามความต้องการ วิธีใช้:

  1. ติดตั้ง “Voice Dream Reader” จาก App Store
  2. เปิดเอกสาร Google Docs บน iOS
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. แตะ “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก "Voice Dream" จากตัวเลือก

แอปจะเปิดและเริ่มอ่านข้อความให้ฟังทันที

NaturalReader

NaturalReader เป็นแอป TTS สำหรับ iOS และ Android ใช้งานง่าย เสียงชัดเจน ธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากแปลงข้อความจาก Google Docs ให้เป็นเสียงได้รวดเร็ว วิธีจับคู่ NaturalReader กับ Google Docs:

  1. ติดตั้ง “NaturalReader” จาก App Store
  2. เปิด Google Docs บน iOS
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. แตะ “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก “NaturalReader”
  6. แอปจะเปิดและเริ่มอ่านออกเสียง
Google Text-to-Speech

Google Text-to-Speech เป็นแอปโดย Google ที่ให้เสียงพูดกับแอปต่าง ๆ บน Android รวมถึง Google Docs ใช้งานง่าย แค่ทำตามขั้นตอนนี้:

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่า “Google Text-to-Speech” ถูกติดตั้งแล้ว (ส่วนมากจะมีมาให้)
  2. เปิด Google Docs บน Android
  3. เลือกข้อความ
  4. แตะปุ่ม "เพิ่มเติม" (จุดสามจุด)
  5. เลือก "Read Aloud"
  6. ระบบ TTS ในเครื่องจะอ่านออกเสียงให้ฟัง
TalkBack

TalkBack คือบริการช่วยเหลือด้านการเข้าถึงของ Android ช่วยอ่านออกเสียงและนำทาง Google Docs ให้ผู้ที่มี ปัญหาด้านสายตา ใช้งานได้สะดวกขึ้น ขั้นตอนใช้ TalkBack:

  1. ตรวจสอบว่า "TalkBack" เปิดใช้งานแล้วในตั้งค่าการช่วยเหลือ
  2. เปิด Google Docs บน Android
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. แตะข้อความสองครั้งเพื่อให้ TalkBack อ่าน
Voice Aloud Reader

Voice Aloud Reader ใช้ได้กับ iOS และ Android ทำงานคู่กับ Google Docs มีตัวเลือกเสียงและฟีเจอร์ปรับแต่งหลายแบบ ทำตามนี้:

  1. ติดตั้ง “Voice Aloud Reader” จาก Play Store
  2. เปิด Google Docs บนอุปกรณ์ Android ของคุณ
  3. เลือกข้อความที่ต้องการฟัง
  4. แตะปุ่ม “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก “Voice Aloud Reader”
  6. แอปจะเปิดและเริ่มอ่าน
ClaroSpeak

ClaroSpeak มีให้บริการทั้ง Android และ iOS ใช้กับ Google Docs ได้ มีเสียงคุณภาพสูง เลือกเสียงและไฮไลต์ข้อความเพื่อให้อ่านและเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น วิธีเข้าใช้งาน ClaroSpeak:

  1. ติดตั้ง “ClaroSpeak” จาก App Store
  2. เปิด Google Docs บน iOS
  3. เลือกข้อความที่ต้องการอ่าน
  4. แตะ “แชร์” ใน Google Docs
  5. เลือก “ClaroSpeak”
  6. แอปจะเปิดและเริ่มอ่าน โดยมีตัวเลือกปรับเสียงและการพูดหลายแบบ

วิธีเปิดพูดเป็นข้อความใน Google Docs: ฟีเจอร์ในตัว

หากคุณชอบ text to speech ก็น่าจะชอบ speech to text ด้วยเหมือนกัน ใน Google Docs มีฟีเจอร์ “พิมพ์ด้วยเสียง” ให้ใช้งาน

  1. เปิด Google Docs ของคุณ
  2. ไปที่เมนู “เครื่องมือ” ด้านบน
  3. เลือก “พิมพ์ด้วยเสียง”
  4. คลิกไอคอนไมโครโฟน และตรวจสอบสิทธิ์ใช้งานไมค์
  5. พูดเพื่อให้ Google Docs พิมพ์ข้อความตามเวลาจริง

TTS ที่ดีที่สุดใน Google Docs คือ Speechify

Speechify โดดเด่นในฐานะ text to speech ชั้นนำที่ใช้งานได้กับ Google Docs, Excel, เว็บไซต์ หรือแม้แต่เอกสารจริงด้วย OCR มีแอปมือถือ เว็บไซต์ และ Chrome extension ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ เช่น iOS, Android, Mozilla, Microsoft PC, Chromebook, Mac, หรือ Web.

ด้วยตัวเลือกมากมายสำหรับ text to speech ที่ใช้ร่วมกับ Google Docs นี่คือเหตุผลที่ Speechify คือ TTS ที่ดีที่สุด:

  1. เสียง narrator สมจริง: มีให้เลือกกว่า 200 เสียง พร้อม อารมณ์ และ AI voices กว่า 60 ภาษา Speechify อ่านได้สมจริงที่สุดในตลาด
  2. รองรับหลากหลายภาษา: อ่านได้หลายภาษา เช่น อังกฤษ สเปน รัสเซีย ฝรั่งเศส ครอบคลุมผู้ใช้ทั่วโลก
  3. ใช้งานออฟไลน์ได้: Speechify ใช้ได้แม้ไม่มีเน็ต ทั้งบน iOS, Android, Mac, และ Web หรือ Speechify Chrome Extension
  4. ปรับแต่งได้: เลือกเสียง ปรับความเร็ว และตัวเลือกอื่น ๆ ได้
  5. ไฮไลต์ข้อความตามเสียง: ขณะอ่านจะมีการไฮไลต์เนื้อหา ช่วยให้ตามเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
  6. เสียงคนดัง: ผู้ใช้แบบพรีเมียมสามารถเลือกเสียงคนดัง เช่น Gwyneth Paltrow หรือ Snoop Dogg มาอ่านข้อความได้

ลอง Speechify ฟรี เพื่อประสบการณ์การอ่านที่ดียิ่งขึ้น

Text to Speech บน Google Docs: คำถามที่พบบ่อย

ติดตั้ง Speechify Chrome extension จากนั้นเปิด Google Docs แล้วกดปุ่มเล่นทางซ้ายมือเพื่อฟังเสียงอ่านข้อมูลด้วย AI voices สมจริง

ได้ เมื่อใช้งานร่วมกับ text to speech เช่น Speechify หรือ Natural Reader

Speechify คือ text to speech extension ใน Google Chrome ที่ใช้กับ Google Docs ได้

คุณสามารถใช้ Speechify เพื่อฟัง text to speech บน Chromebook ได้ง่าย ๆ

ใน Google Docs ให้คลิก “เครื่องมือ” ที่เมนูด้านบน แล้วเลือก “พิมพ์ด้วยเสียง” เพื่อเปิดไมค์และพูดข้อความให้ระบบพิมพ์ตาม

เข้าสู่บัญชี Google แล้วไปยังเว็บไซต์หรือแอป Google Docs

เมื่อเข้า Google Docs แล้ว ให้เลือก “ไฟล์” > “ใหม่” > “จากเทมเพลต”

เพลิดเพลินกับเสียง AI ที่ล้ำสมัยที่สุด ไฟล์ไม่จำกัด และการสนับสนุนตลอด 24/7

ทดลองฟรี
tts banner for blog

แชร์บทความนี้

Tyler Weitzman

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน

ปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักรณรงค์เรื่องดิสเล็กเซียและการเข้าถึง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Speechify

ไทเลอร์ ไวทซ์แมน เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ประธาน และหัวหน้าฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ของ Speechify แอปแปลงข้อความเป็นเสียงอันดับ 1 ของโลก ที่กวาดรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 100,000 รายการ ไวทซ์แมนสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด โดยจบปริญญาตรีคณิตศาสตร์ และปริญญาโทวิทยาการคอมพิวเตอร์ สายปัญญาประดิษฐ์ เขาติดโผผู้ประกอบการชั้นนำ 50 คนของนิตยสาร Inc. และถูกพูดถึงในสื่ออย่าง Business Insider, TechCrunch, LifeHacker, CBS และสื่ออื่น ๆ งานวิจัยระดับปริญญาโทของไวทซ์แมนเน้นด้านปัญญาประดิษฐ์และการแปลงข้อความเป็นเสียง โดยวิทยานิพนธ์ของเขามีชื่อว่า: “CloneBot: Personalized Dialogue-Response Predictions.”

speechify logo

เกี่ยวกับ Speechify

#1 โปรแกรมอ่านข้อความเป็นเสียง

Speechify เป็นแพลตฟอร์ม แปลงข้อความเป็นเสียง ชั้นนำของโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน และได้รับรีวิวระดับ 5 ดาวมากกว่า 500,000 รีวิวในแอปพลิเคชัน iOS, Android, Chrome Extension, เว็บแอป และ แอปบน Mac ในปี 2025 Apple ได้มอบรางวัล Apple Design Award อันทรงเกียรติให้กับ Speechify ในงาน WWDC โดยกล่าวว่าเป็น “ทรัพยากรสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น” Speechify มีเสียงธรรมชาติกว่า 1,000 เสียงใน 60+ ภาษา และมีผู้ใช้งานในเกือบ 200 ประเทศ เสียงคนดังที่มีให้เลือกใช้งาน เช่น Snoop Dogg, Mr. Beast และ Gwyneth Paltrow สำหรับผู้สร้างสรรค์และธุรกิจ Speechify Studio มีเครื่องมือขั้นสูง เช่น AI Voice Generator, AI Voice Cloning, AI Dubbing และ AI Voice Changer Speechify ยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้วย Text to Speech API ที่มีคุณภาพสูงและคุ้มค่า นอกจากนี้ยังได้รับการนำเสนอใน The Wall Street Journal, CNBC, Forbes, TechCrunch และสื่อชั้นนำอื่น ๆ Speechify เป็นผู้ให้บริการแปลงข้อความเป็นเสียงที่ใหญ่ที่สุดในโลก เยี่ยมชม speechify.com/news, speechify.com/blog และ speechify.com/press เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม